การจดจำตำหนิรูปพรรณ

คำแนะนำการจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล และยานพาหนะของคนร้าย

               การก่ออาชญากรรม การก่อการร้าย ถือได้ว่าเป็นผลของการกระทำของบุคคลทั้งสิ้น ต้องมีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องในแง่ของผู้กระทำ ดังที่เราเรียก กันว่า “คนร้าย” หรือ “ผู้ร้าย” ประกอบกับการวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี ปัจจุบันได้เจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว จึงทำให้คนร้ายมักจะใช้ยาน พาหนะต่างๆ เพื่อการหลบหนีอย่างรวดเร็ว พาหนะที่ใช้ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ ในช่วงเวลาที่คนร้ายลงมือกระทำความผิดและหลบหนี นั้น คนร้ายย่อมพยายามจะใช้เวลาให้รวดเร็วที่สุด เพื่อมิให้มีผู้ใดพบเห็น และเพื่อให้รอดพ้นจากการสืบสวน ติดตาม จับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานรักษาความปลอดภัยหรือประชาชนทั้งหลายย่อมมีโอกาสได้พบเห็นการกระทำความผิดได้ง่ายกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้เนื่องจาก หาก คนร้ายเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมักจะไม่กระทำความผิด  ดังนั้น การที่ท่านได้มีโอกาสพบเห็นการกระทำผิดดังกล่าวแล้วนั้น ถ้าท่านได้ถูกซักถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านอาจจดจำได้เฉพาะเหตุกว้างๆ เท่านั้น ส่วนในรายละเอียดอันสำคัญ เช่น รูปพรรณของคนร้าย การหลบหนีด้วยวิธีใด ท่านอาจจะตอบไม่ถูก ทั้งนี้เพราะท่านอาจไม่สนใจมากนัก หรืออาจเนื่องจาก การที่ท่านยังไม่ทราบว่าหลักการที่จะสังเกตุ จดจำ รูปพรรณคนร้าย ยานพาหนะที่ใช้หลบหนีเป็นอย่างไร และมีความสำคัญ อย่างไร จึงต้องจดจำสิ่งเหล่านั้น การจดจำตำหนิรูปพรรณ ของคนร้าย ยานพาหนะของคนร้ายได้ดีนั้น มีความสำคัญมากต่อการสืบสวน จับกุม ผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ทั้งนี้เนื่องจาก ถ้าท่านสามารถจดจำ รูปร่าง หน้าตา ตำหนิ รูปพรรณของคนร้าย และลักษณะรูปพรรณคล้ายกับข้อมูล ของท่าน หรือนำไปสเก็ตซ์ภาพ คนร้าย และประกาศสืบจับโดยทั่วไป ส่วนยานพาหนะที่ใช้นั้น ย่อมเป็นแนวทางในการสืบสวนไปถึงตัว ผู้เป็นเจ้า ของ และผู้ที่ใช้ยานพาหนะนั้น ซึ่งอาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นคนร้ายที่ได้กระทำความผิดอันเป็นประโยชน์ต่อสืบสวน การปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตำรวจเป็นอย่างยิ่ง ผลงานของตำรวจที่ผ่านมามีเป็นจำนวนมากที่พลเมืองดีเช่นท่านทั้งหลาย ได้แสดงความสามารถในการสังเกต จดจำ ตำหนิ รูปพรรณคนร้าย และยานพาหนะที่ใช้เป็นอย่างดี เป็นผลให้ตำรวจสามารถพิชิตคดีสำคัญๆ แล้วได้ตัวคนร้ายมาลงโทษในที่สุด ดังนั้น เพื่อเป็นการ ผนึกกำลังร่วมกันระหว่างประชาชนกับตำรวจ ในอันที่จะป้องกัน ปราบปราม อาชญากรรม การก่อความวุ่นวายต่างๆ พวกเราต้องช่วยกัน ทุกวิถี ทาง ในอันที่จะป้องกันมิให้เกิดเหตุ หรือหากเกิดขึ้นเราก็สามารถจดจำข้อมูลของคนร้าย และนำมาลงโทษได้เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และ ความปลอดภัย แก่สังคมหรือสถานที่ที่ท่านดูแลรักษาให้คงอยู่ตลอดไป

                ในการนี้จึงขอแนะนำวิธีการจดจำตำหนิรูปพรรณคนร้าย ลักษณะยานพาหนะต่างๆ มาให้ท่านได้รับทราบ เพื่อเป็นแนวทาง ในการ สังเกต จดจำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตำหนิรูปพรรณของคนร้าย หากท่านสามารถจดจำรายละเอียดได้มาก โอกาสที่ทางตำรวจจะ จับกุมคนร้ายก็มีมากขึ้นด้วย


การให้รูปพรรณสัณฐานที่ถูกต้องเป็นการช่วยเหลือตำรวจในการจับคนร้าย

      ความสูง
      ผม (แบบ, สี)
      รูปหน้า องค์ประกอบ
      เสื้อ (แบบ / สี)
      ตำหนิอื่นๆ
      เชื้อชาติ อายุ
      รอยสัก
      รูปร่าง แผลเป็น
      ชนิดอาวุธ
      ส่วนใดพิการ
      กางเกง (แบบ / สี)


การสังเกต จดจำ ตำหนิรูปพรรณบุคคล หรือคนร้าย

     1. หลักของสังเกตุ จดจำ ตำหนิรูปพรรณ มีดังนี้
         
1.1 สังเกต จดจำ สิ่งที่ใหญ่เห็นได้ง่ายไปสู่สิ่งที่เล็กเห็นยาก
         1.2 สังเกต จดจำ ลักษณะเด่นตำหนิไปสู่ลักษณะปกต ธรรมดา
         1.3 พยายามอย่าจดจำทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ให้จดจำบางสิ่งบางอย่างที่ท่านจดจำได้อย่างแม่นยำ
         1.4 เมื่อคนร้ายหลบหนีไปแล้วอย่าถามผู้อื่นว่าเห็นอะไรให้รีบบันทึกตำหนิรูปพรรณที่ท่านเห็นและจดจำได้ลงในสมุดหรือกระดาษโดยทันที
         1.5 มอบรายละเอียดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง

     2. สิ่งที่สามารถจดจำได้ง่ายและควรจดจำก่อน
         
2.1 เพศ เป็นชาย หญิง กะเทย
         2.2 วัยเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ แก่ ฯลฯ อายุ ประมาณเท่าใด
         2.3 รูปร่าง สูง เตี้ย อ้วน ผอม สันทัด ฯลฯ
         2.4 ผิวเนื้อ ขาว ขาวเหลือง ดำ ซีด เหี่ยวย่น ฯลฯ
         2.5 เชื้อชาติ ดูจากใบหน้า เป็นคนไทย จีนลูกครึ่ง แขก ฯลฯ
         2.6 รูปหน้า รูปไข่ กลม ยาว เหลี่ยม ฯลฯ
         2.7 ผม สั้น หงอก หนา หยิก ตัดทรงอะไร หวีอย่างไร ฯลฯ
         2.8 ปาก กว้าง แคบ ใหญ่ ริมฝีปากหน้า ฯลฯ
         2.9 หู กาง ใหญ่ เล็ก ติ่งหูแหลม ฯลฯ
         2.10 ตา เล็ก โต พอง โปน ตาชั้นเดียว สองชั้น ตาเข สวมแว่นตา แว่นกันแดด ฯลฯ

     3. สิ่งที่เป็นจุดเด่นผิดปกติ ตำหนิที่อาจจดจำได้ง่าย
         
3.1 ตำหนิ แผลเป็นบนใบหน้า ไฝ ปาน หูด เนื้อติ่ง มีลักษณะอย่างไร
         3.2 แผลเป็นมีลักษณะอย่างไร ขนาดเท่าใด อยู่ที่ส่วนไหนของร่างกาย
         3.3 ลายสัก สักรูปอะไร สีอะไร อยู่ที่ส่วนไหนของร่างกาย
         3.4 ความพิการ ตาบอด หูหนวก ใบ้ แขนขาด้วน ลีบ ปากเบี้ยว ฯลฯ
         3.5 ท่าทางการเดิน เดินตัวตรง ตัวเอียง ขากะเผลก
         3.6 สำเนียงการพูด พูดช้า เร็ว ติดอ่าง สำเนียงเป็นคนไทย จีน ฝรั่ง หรือสำเนียงคนภาคใด
         3.7 การกระทำบ่อยๆ สูบบุหรี่จัด พูดเอามือปิดปาก ติดยาเสพติดเวลาพูดเอามือล้วงกระเป๋า
         3.8 การแต่งกาย จดจำเสื้อ กางเกง เช่น แขนสั้น-ยาว ขาสั้น-ยาว ฯลฯ แบบของเสื้อ กางเกง เช่น ยีน เสื้อยึด เสื้อเชิ้ต เครื่องแบบ นักศึกษา สีอะไร ลายแบบไหน มีตัวเลขอะไรหรือไม่ รองเท้าที่สวมเป็นชนิดใด สีอะไร แบบใด
         3.9 เครื่องประดับ มีเครื่องประดับอะไรบ้างที่เห็นได้ชัด เช่น แว่นตา นาฬิกา แหวน สร้อย กระเป๋าถือ

     4. กรณีที่คนร้ายมีการพรางใบหน้า
         
เช่น สวมแว่นตากันแดด สวมหมวกกันน็อค สวมหมวก สวมหน้ากาก คลุมศีรษะด้วยถุง ฯลฯ ก็ให้พยายามจดจำสิ่งที่ใช้พราง และจดจำส่วน อื่นๆ ของร่างกายทิ่ได้พราง และจดจำได้ง่าย ดังที่เคยได้กล่าวมาแล้ว

รูปร่าง   สูง เตี้ย ล่ำสัน   ใหญ่ เล็ก อ้วนพุงพลุ้ย อ้วนล่ำ ผอมบาง สันทัด
ผิวเนื้อ   ขาว ขาวเหลือง ดำ   ดำแดง ซีด เปล่งปลั่ง เหี่ยวย่น ตกกระ
รูปหน้า   รูปไข่ กลม ยาว   สี่เหลี่ยม หน้าอูม หน้ากระดูก
ศีรษะ     โต เล็ก กลม ทุย โหนก   เบี้ยว หลิม ล้านอย่างไร
ผม   หงอก หงอกประปราย หนา   บาง ดัด หยิก หยักโทรก ย้อม ตัดทรงอะไร หวีอย่างไร
ตา   เล็ก พอง โต โปน ลึก   หรี่ ปรือ ตาชั้นเดียว สองชั้น ตาเข เหล่ ถั่ว ตี่ สายตาสั้น ใส่แว่นสีอะไร
คิ้ว   ดก บาง เรียว โค้ง   ตรง คิ้วต่อ หางคิ้วชี้ หางคิ้วตก
จมูก   เล็ก ใหญ่ ยาว สั้น   ดั้งจมูกราบ ลึก หัก โด่ง สันจมูกตรง โค้ง งอน เหลี่ยม คด ปลายจมูกแหลม บาน เชิด   งุ้ม
ปาก   กว้าง แคบ ใหญ่ เล็ก   กระจับ ริมฝีปากหนา บาง บาน ยื่น ล่างยื่น
หู   กาง แนบ ใหญ่ เล็ก   กลม ยาว ติ่งหูแหลม ติ่งหูย้อย
ตำหนิ   ไฝ ปาน หูด เนื้อติ่ง   มีลักษณะอย่างไร สีอะไร อยู่ที่ส่วนไหนของร่างกาย
แผลเป็น   มีลักษณะอย่างไร   เกิดจากอะไร ขนาดเท่าไร อยู่ที่ส่วนไหนของร่างกาย
ลายสัก   สักเป็นรูปอะไร   สีอะไร อยู่ที่ส่วนไหนของร่างกาย
พิการ     ตาบอด หูหนวก ใบ้ แขน   ขาด้วน ลีบ ฯลฯ
ท่าทางการเดิน   เดินตัวตรง ตัวเอียง   แอ่นหน้า ก้มหน้า ขากะเผลก เดินเร็ว เดินช้า
ลักษณะนิสัย   อันเป็นเครื่องสังเกต   พูดช้า พูดเร็ว ติดอ่าง ลิ้นไก่สั้น สำเนียงแปร่งไปทางภาคอีสาน ภาคเหนือ
  ภาคใต้ พูดไม่ชัดสำเนียงแบบคนจีน แขก ฝรั่ง ฯลฯ   เวลาพูดเอามือปิดปาก ออกท่าทาง สูบบุหรี่จัด ติดยาเสพติด สุรา ยานัตถุ์
การแต่งกาย   เสื้อผ้าสีอะไร   แต่งแบบไหน แบบนักศึกษา กรรมกร ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ข้าราชการ นักธุรกิจ   เสื้อผ้าสะอาด เรียบ ยับยู่ยี่ ขาด ปะ
เครื่องประดับแต่งกาย   มีเครื่องประดับอะไรบ้าง   เช่น นาฬิกาอะไร แว่นตา แหวน สายสร้อย ไม้เท้า ร่ม กระเป๋าถือ ฯลฯ


การสังเกตจดจำยานพาหนะของคนร้ายหรือผู้ต้องสงสัย

     1. มีหลักใหญ่ๆ ดังนี้
         
1.1 สังเกตจดจำสิ่งที่ใหญ่เห็นง่ายไปสู่สิ่งที่เล็กเห็นยาก
         1.2 สังเกตจดจำตำหนิ รอยชน สติกเกอร์ จุดเด่นต่างๆ
         1.3 พยายามสังเกต อย่าจดจำทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ให้จดจำบางสิ่งที่ท่านจำได้อย่างแม่นยำ
         1.4 เมื่อคนร้ายได้หลบหนีไปแล้วอย่าถามผู้อื่นว่าเห็นอย่างไรให้รีบบันทึกลักษณะเอาไว้ทันที
         1.5 มอบรายละเอียดให้กับตำรวจหรือผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง

     2. สิ่งที่สามารถจดจำได้ง่ายและควรจดจำก่อน
         
2.1 ประเภทรถจักรยานยนต์ รถเก๋งส่วนบุคคล รถยนต์แท็กซี่สาธารณะ รถบรรทุก รถปิ๊กอัพ รถสามล้อเครื่อง รถจี๊ป ฯลฯ
         2.2 สีของรถเป็นรถสีใด บริเวณใดเป็นสีชนิดธรรมดา ลูไซท์ ฯลฯ
         2.3 ความเก่า-ใหม่ เป็นรถค่อนข้างเก่าหรือใหม่
         2.4 ยี่ห้อ เป็นรถยี่ห้อใด รุ่นปี พ.ศ. ใด (ต้องฝึกดูและจดจำยี่ห้อต่างๆ)
         2.5 หมายเลขทะเบียน ดูได้จากแผ่นป้ายทะเบียน ให้จดจำทั้งตัวอักษรและหมายเลข ถ้าเป็นรถต่างจังหวัดให้จดจำชื่อจังหวัดไว้ด้วย

         แผ่นป้ายทะเบียนรถ ประเภทต่างๆ จะแตก ต่างกันไป เช่น รถเก๋งส่วนบุคคลแผ่นป้ายทะเบียนจะเป็นพื้นสีขาว ตัวเลขและตัวอักษรเป็นสี ดำ (เป็นป้ายของทางราชการ) ติดข้างหน้า-หลัง รถแท็กซี่ แผ่นป้ายทะเบียนจะเป็นพื้นสีเหลือง ตัวอักษรสีดำ ติดทั้งข้างหน้า-หลัง รถจักรยาน- ยนต์ แผ่นป้ายทะเบียนจะเป็นพื้นสีขาว ตัวเลขตัวอักษรสีดำ ติดข้างหลังเพียงแผ่นเดียว

         อนึ่ง ในการสังเกตุแผ่นป้ายทะเบียน พยายามสังเกตุด้วยว่า เป็นแผ่นป้ายที่ติดไว้อย่างหลวมหรือติดอย่างแน่นหนา หรือมีการพรางเลข อักษรของแผ่นป้ายนั้นๆ หรือไม่ด้วยวิธีการใด (ปัจจุบันคนร้ายมักใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอม หรือมีการพรางเลขหมายทะเบียน และตัวอักษรให้ผิด ไปจากความเป็นจริง)

     3. สิ่งที่เป็นตำหนิรอยชนที่เห็นได้ชัด
         
3.1 ตำหนิ เช่น กระจกแตก สีลอก มีรอยเจาะที่ตัวถังของรถ ฯลฯ
         3.2 รอยชน รอยบุบ รถมีรอยถูกชนบริเวณใด มากน้อยเพียงใด มีรอยบุบที่ใด
         3.3 จุดเด่น เป็นรถที่แต่งเพื่อใช้แข่งขัน มีเสาอากาศ ติดอุปกรณ์พิเศษต่างๆ กับรถ ฯลฯ
         3.4 สติกเกอร์ ฟิล์มติดสติกเกอร์ บริเวณใด เป็นรูปหรือเครื่องหมาย หรือข้อความใด มีติดฟิล์มกรองแสงมาก-น้อยที่ใด อย่างไร
         3.5 แผ่นป้ายที่ติดกับกระจกด้านหน้า ได้แก่ แผ่นป้ายวงกลม แสดงการเสียภาษี แผ่นป้าย ผ่านเข้า-ออกของสถานที่ต่างๆ บางครั้งระบุชื่อ ไว้ที่แผ่นป้าย ถ้าเห็นให้จดจำไว้ด้วย แผ่นป้ายแสดงสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น การจอดรถ การประกันภัย ฯลฯ

        3.6 เสียงของเครื่องยนต์ แตร จดจำว่าเสียงอย่างไร รถบางประเภท เสียงเครื่องยนต์ เสียงแตรเฉพาะตัว เสียงรถแข่ง รถปกติ รถสามล้อ รถจักรยานยนต์ย่อมแตกต่างกัน บางครั้งได้ยินเสียงยานพาหนะก็อาจสันนิฐานได้ว่าเป็นยานพาหนะอะไร ซี่งต้องอาศัยความชำนาญพอสมควร

 

การสังเกตยานพาหนะรถยนต์และรถจักรยานยนต์
รถยนต์ หมายเลขทะเบียนรถ ตำแหน่งที่ติด   ประเภทรถเก่า รถกระบะ รถบรรทุก สีรถ สติกเกอร์ที่ตกแต่ง
  ยี่ห้อรถ และรุ่น ตำแหน่งป้ายวงกลม ป้ายผ่านเข้า-ออก   สถานที่ส่วนบุคคล ตำแหน่งเสาวิทยุ
  โทรทัศน์ ชนิดไฟท้าย รูปลักษณะสิ่ง ประดับ เช่น แขวนหน้ารถ   ข้างหน้ารถ
จักรยานยนต์ เลขทะเบียน   ตำแหน่งที่ติด ประเภท วิบาก ผู้หญิง สีรถ สติกเกอร์ที่ตกแต่ง ยี่ห้อ รุ่น ไฟท้าย   บังโคลน ท่อไอเสีย แบบและเสียง

         

ทั้งหมดที่ได้แนะนำมานี้เป็นเพียงแนวทาง ในการที่ท่านจะใช้ในการสังเกต จดจำ ตำหนิ รูปพรรณของบุคคล ลักษณะของยานพาหนะที่ต้องสงสัย การที่ท่านจะจดจำได้ดีนั้นขึ้นอยู่กับว่าท่านมีความสนใจและมีการฝึกฝนในการจดจำตามแนวทางมากน้อยเพียงใด วิธีการฝึกจดจำนั้นไม่ใช่ของยาก ท่านอาจฝึกฝนจดจำบุคคลที่เดินผ่านไปมา หรือยานพาหนะที่ผ่านไปมา แล้วลองบันทึกสิ่งที่ท่านจำได้ แล้วนำไปตรวจสอบกับบุคคล ยานพาหนะ จริง

                       อย่างไรก็ตาม ข้อสำคัญของการสังเกต จดจำจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนของตำรวจ ก็คือข้อมูลที่แม่นยำใกล้เคียงกับความเป็น จริงมากที่สุด

ดังนั้น หากท่านไม่แน่ใจในข้อมูลใดๆ ก็ไม่ควรใช้วิธีเดาหรือคิดเอาเอง เพราะถ้าให้ข้อมูลเหล่านี้กับตำรวจแล้ว อาจทำให้ เกิดการ ไขว้เขว สับสน แก่การปฎิบัติงานของตำรวจอย่างแน่นอน

คำแนะนำในการไปติดต่อสถานีตำรวจ
          เพื่อความสะดวกรวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ เมื่อท่านไปติดต่อที่สถานีตำรวจ ท่านควรเตรียมเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นติดตัวไปด้วยคือ

     1. บัตรประจำตัวประชาชน หรือ ใบแทนฯ หรือ
     2. บัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ
     3. ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือ
     4. หนังสือเดินทาง (PASSPORT) สำหรับชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาภายในประเทศ
     5. สำเนาทะเบียนบ้าน
     6. ในกรณีที่ท่านจะไปร้องทุกข์ (แจ้งความ) โดยเป็นตัวแทนของผู้อื่นให้นำ หลักฐานต่างๆ ดังนี้ติดตัวไปด้วย
          6.1 ใบสำคัญแสดงการเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์
          6.2 ใบสำคัญแสดงการเป็นผู้อนุบาลของผู้ไร้ความสามารถ (ตามคำสั่งศาล)
          6.3 ในกรณีที่ผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจัดการเองได้ ให้ท่านนำหลักฐานซึ่งแสดงว่าท่านเป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานหรือสามีภรรยา (ซึ่งได้จดทะเบียนบ้าน, สูติบัตร,ใบทะเบียนสมรส ฯลฯ) มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
          6.4 ใบสำคัญแสดงการอนุญาตของสามีและภรรยาแล้วแต่กรณี ให้ร้องทุกข์แทนหรือเป็นตัวแทนโดยสมบูรณ์
          6.5 ในกรณีที่เป็นผู้แทนของนิติบุคคลให้นำ
                (1) หนังสือมอบอำนาจของนิติบุคคลเป็นหลักฐานทั้งติดอากรแสดมป์ 5 บาท
                (2) หนังสือรับรองนิติบุคคลนั้นของกระทรวงพาณิชย์

แจ้งความบัตรประจำตัวประชาชนหาย
      - กรุงเทพมหานคร แจ้งที่สถานีตำรวจ
      - ต่างจังหวัด สามารถแจ้งความได้ที่ ที่ว่าการอำเภอ / กิ่งอำเภอ / สำนักงานทะเบียนราษฎร์ หรือสถานีตำรวจก็ได้
อายุของบัตร

      - กำหนดให้ใช้ได้ 6 ปี เมื่อถึงกำหนดสิ้นอายุบัตร ต้องไป ติดต่อขอทำบัตรใหม่ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่บัตรหมด อายุ เว้นแต่บัตรที่ยังไม่หมดอายุ ในวันที่ ผู้ถือบัตรมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ บัตรนั้นสามารถใช้ได้ต่อไปตลอดชีวิต

ความผิด

       - ผู้ถือบัตรผู้ใดไม่อาจแสดงบัตรได้ เมื่อเจ้าพนักงานตรวจบัตร ขอตรวจมีโทษ ปรับไม่เกิน 100 บาท

       - ไม่ยื่นคำขอมีบัตรภายในกำหนดเวลามีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท - บัตรหมดอายุไม่ต่อบัตรภายในกำหนด หรือบัตรหายแล้วไม่ขอม บัตรใหม่ ภายในกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท
       - ผู้ไม่มีสัญชาติไทย ผู้ใดยื่นคำขอมีบัตรโดยแจ้งข้อความหรือ แสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า ตนเป็น ผู้มีสัญชาติไทยหรือใช้บัตรซึ่งตนหมดสิทธิ์ใช้ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปีและปรับ ตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท

แจ้งความเอกสารสำคัญหาย
         เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์, จักรยานยนต์, โฉนดที่ดิน,ใบสำคัญประจำตัวต่างด้าว ฯลฯ มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้
      1. ยื่นคำร้องแจ้งว่าเอกสารดังกล่าวหาย ต่อสถานีตำรวจท้องที่ที่หาย
      2. เจ้าพนักงานตำรวจจะทำการสอบสวนว่าหายจริงหรือไม่ แล้วลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
      3. เจ้าพนักงานตำรวจจะออกหลักฐานยืนยันไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

แจ้งความคนหาย
   หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
      1. บัตรประจำตัวผู้หาย (ถ้ามี)
      2. ใบสำมะโนครัว (ทะเบียนบ้าน) ผู้หาย
      3. ภาพถ่ายคนหาย (เป็นภาพถ่ายที่ใหม่ที่สุด)
      4. ใบสำคัญทางราชการ เช่น ใบเกิด,ใบสำคัญทหาร (ใบกองเกิน, กองหนุน)

แจ้งความรถและเรือหาย
   หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
     1. ใบทะเบียนรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ หรือ พาหนะอื่นๆ ที่หาย
     2. ใบรับเงินหรือสัญญาซื้อขายเท่าที่มี
     3. ถ้าเป็นตัวแทนห้างร้าน บริษัท ไปแจ้งความควรมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของหรือผู้จัดการของห้างร้าน บริษัทนั้นๆไป รวมทั้งหนังสือรับรองบริษัทด้วย
     4. หนังสือเกี่ยวกับการติดต่อหรือเอกสารที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานได้ (ถ้ามี)
     5. หนังสือคู่มือประจำตัวรถที่ทางบริษัทห้างร้านจ่ายให้เป็นคู่มือ ถ้าไม่มีหนังสือคู่มือรถ ให้จำยี่ห้อ สี แบบ หมายเลขประจำ วันเครื่องและตัวรถไปด้วย (ถ้ามี)

แจ้งความอาวุธปืนหาย
   หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
     1. ทะเบียนใบอนุญาตอาวุธปืน
     2. ใบเสร็จรับเงินที่บริษัทห้างร้ายขายปืนออกให้

แจ้งความทรัพย์สินหาย
   หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
     1. ใบเสร็จรับเงินซื้อขาย หรือหลักฐานการแสดงการซื้อขายทรัพย์สินนั้น
     2. รูปพรรณทรัพย์สินนั้นๆ (ถ้ามี)
     3. ตำหนิหรือลักษณะพิเศษต่างๆ
     4. เอกสารสำคัญต่างๆ เท่าที่มี
     5. ในกรณีลักทรัพย์ในบ้านเรือน หรือสำนักงานให้รักษาร่องรอยหลักฐานในที่เกิดเหตุไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้าไปแตะต้องหรือ
เคลื่อนย้ายสิ่งของในที่เกิดเหตุจนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึง

แจ้งความพรากผู้เยาว์
   หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
     1. ใบสำมะโนครัว (ทะเบียนบ้าน) ของผู้เยาว์
     2. รูปพรรณทรัพย์สินนั้นๆ (ถ้ามี)
     3. ตำหนิหรือลักษณะพิเศษต่างๆ
     4. ใบสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับผู้เยาว์ (ถ้ามี)

แจ้งความถูกข่มขืนกระทำชำเรา
   หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
     1. เสื้อผ้าของผู้ที่ถูกข่มขืนฯ ซึ่งมีคราบอสุจิ หรือรอยเปื้อน อย่างอื่นอันเกิดจากการข่มขืนและสิ่งของต่างๆของผู้ต้องหาที่ตกอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ
     2. ใบสำมะโนครัว (ทะเบียนบ้าน) ของผู้เสียหาย
     3. รูปถ่าย หรือที่อยู่ของผู้ต้องสงสัยตลอดจนหลักฐานอื่นๆ

แจ้งความถูกทำร้ายร่างกายและเหตุฆ่าคนตาย  ควรดำเนินการดังนี้
    1. ให้ดูแลรักษาสถานที่เกิดเหตุไว้ อย่าให้ผู้ใดเข้าไปแตะต้อง หรือเคลื่อนย้ายสิ่งของต่างๆ ในที่เกิดเหตุ จนกว่าเจ้า
พนักงาน ตำรวจจะไปถึงที่เกิดเหตุ
    2. เมื่อพบ มีด ไม้ ปืน ของมีคม หรืออาวุธที่คนร้ายทิ้งไว้ ในสถานที่เกิดเหตุ ตลอดจนพยานหลักฐานต่างๆ ที่ตกอยู่ใน ที่
เกิดเหตุ หากปล่อยทิ้งไว้จะสูญหายหรือเสียหาย ให้นำมา มอบเจ้าหน้าที่ตำรวจ
    3. รายละเอียดเท่าที่สามารถบอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทราบ

แจ้งความถูกปลอมแปลงเอกสาร
    หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
     1. ใบสำคัญตัวจริง เช่น โฉนด แบบ น.ส.3 แบบ ส.ค. 1 หนังสือสัญญา ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น
     2. หนังสือที่ปลอมแปลง
     3. ตัวอย่างตราที่ใช้ประทับหรือลายเซ็นในหนังสือ

แจ้งความถูกฉ้อโกงทรัพย์
   หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
     1. หนังสือหรือหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการถูกฉ้อโกง
     2. หนังสือแสดงการเป็นผู้ครอบครองทรัพย์
     3. หนังสือหรือหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของทรัพย์

แจ้งความถูกยักยอกทรัพย์
   หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
     1. หนังสือสำคัญที่เป็นหลักฐานว่าได้มีการมอบหมายทรัพย์ให้ไป จัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง
     2. ใบสำคัญแสดงการเป็นเจ้าของ
     3. สำเนาหรือคำสั่งศาล หรือพินัยกรรมในกรณีผู้กระทำผิดเป็น ผู้จัดการทรัพย์สินผู้อื่นตามคำสั่งของศาลหรือพินัยกรรม

แจ้งความยักยอกทรัพย์เกี่ยวกับการเช่าซื้อหาย
   หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
     1. สัญญาใบเช่าซื้อหรือสำเนา
     2. ใบสำคัญติดต่อซื้อ ขาย เช่า ยืมหรือฝาก
     3. ใบสำคัญที่บริษัทห้างร้านออกให้โดยระบุรูปพรรณ ยี่ห้อ สี ขนาด น้ำหนักและเลขหมายประจำตัว

แจ้งความทำให้เสียทรัพย์
   หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
     1. หลักฐานต่างๆ แสดงการเป็นเจ้าของหรือครอบครองทรัพย์นั้น
     2. หลักฐานหรือสิ่งของที่เสียหายเท่าที่มีหรือเท่าที่นำไปได้
     3. หากเป็นของใหญ่โต หรือทรัพย์ที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ซึ่งไม่สามารถนำติดตัวไปได้ ให้เก็บรักษาไว้อย่าให้เกิดการเสียหายมากขึ้นกว่าเดิม หรือจัดให้คนเฝ้ารักษาไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีต่อไป

แจ้งความจ่ายเช็คโดยไม่มีเงิน
   หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ
     1. เช็คที่ยึดไว้
     2. หนังสือที่ธนาคารแจ้งขัดข้องหรือปฎิเสธการจ่ายเงิน

การประกันตัวผู้ต้องหา
   ในกรณีที่ท่านต้องการประกันตัวผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในชั้นสอบสวน ท่านควรมีหลักฐานต่างๆ ดังต่อไปนี้ติดตัวไปด้วย คือ
     1. บัตรประจำตัวประชาชน
     2. หลักทรัพย์ที่จะใช้เป็นหลักประกัน ได้แก่
          2.1 เงินสด (เงินตราของรัฐบาลไทยเท่านั้น)
         2.2 โฉนดที่ดินซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินได้ประเมินราคาแล้วหรือพนักงานสอบสวนเชื่อว่าที่ดินมีราคาไม่น้อยกว่าสอง เท่าของ จำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญาประกัน
         2.3 หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก ) ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินได้ประเมินราคาแล้ว หรือพนักงานสอบสวน เชื่อว่าที่ดินมีราคาไม่น้อยกว่าสองเท่าของจำนวนเงินที่ไว้ในสัญญาประกัน
        2.4 พันธบัตรรัฐบาล
        2.5 สลากออมสินและสมุดฝากเงินธนาคารประเภทประจำ
        2.6 ใบรับเงินฝากประจำของธนาคาร
        2.7 ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่าย และธนาคารผู้จ่ายได้รับรองตลอดไปแล้ว
        2.8 ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่าย และธนาคารผู้จ่ายได้รับรองตลอดไปแล้ว
        2.9 เช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่ายหรือรับรอง
        2.10 หนังสือรับรองของธนาคาร เพื่อชำระเบี้ยปรับแทนในกรณีที่ผิดสัญญาประกัน
    3. ในกรณีที่ผู้ยื่นขอประกันมีครอบครัวแล้วจะต้องทำหนังสือแสดงการอนุญาตจากสามีหรือภรรยาแล้วแต่กรณีไปด้วย
วิธีการปฏิบัติ
     1. ให้ผู้ที่จะมาขอประกันตัวผู้ต้องหา พบและยื่นคำร้องต่อพนักงานสอบสวนที่จะปฎิบัติหน้าที่อยู่ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของคดีหรือไม่ก็ตาม
     2. หากไม่อาจเขียนคำร้องประกันได้เอง ให้ร้องขอต่อพนักงาน สอบสวนเพื่อสั่งเจ้าหน้าที่ช่วยเขียนคำร้องให้โดยไม่เสียค่า ใช้จ่าย ใดๆ
     3. เมื่อพนักงานสอบสวนรับคำร้องแล้ว ให้ขอหลักฐานการรับสัญญา ประกันซึ่ง ต้องลงเวลารับคำร้องไว้ด้วย
     4. เจ้าพนักงานจะพิจารณา แจ้งผลการสั่งคำร้องให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่ เวลาที่รับคำร้อง
     5. หากไม่ได้รับความสะดวกหรือล่าช้า ให้รีบเข้าพบแจ้งต่อสารวัตร หรือสารวัตร หัวหน้างานคนใดคนหนึ่งทราบทันที
     6. ในการยื่นและขอประกันตัวผู้ต้องหานี้ เป็นดุลยพินิจของเจ้าพนัก งานตำรวจที่ จะให้ประกันหรือไม่ให้ประกันก็ได้โดยจะ พิจารณาถึง
          6.1 ความหนักเบาแห่งข้อหา

          6.2 พยานหลักฐานที่สอบสวนไปแล้วมีเพียงใด

          6.3 พฤติการณ์ต่างๆ แห่งคดีเป็นอย่างใด

          6.4 เชื่อถือผู้ร้องขอประกันได้เพียงใด
          6.5 ภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวมีเพียงใด หรือไม่ ผู้ต้องหาน่าจะหลบหนีหรือไม่
     7. หากพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวไปได้ ก็จะนำ สัญญาประกันและผู้ยื่นประกันลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
     8. หากเจ้าพนักงานตำรวจไม่อนุญาตให้ประกัน อันสืบเนื่องจากเหตุใน ข้อ 6 ก็จะแจ้งให้นายประกันทราบและคืนหลักทรัพย์ไป
การขอถอนหลักทรัพย์
       นายประกันจะต้องนำใบเสร็จรับเงินหรือสำเนาสัญญาประกันตัว ผู้ต้องหามาตรวจสอบผลคดีเสียก่อน ถ้าผลคดีเสร็จสิ้นก็มอบให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการถอนโดยนำบัตร ประจำตัวประชาชนของนายประกันมาแสดงด้วย กรณีนายประกันไม่สามารถมาขอถอนหรือรับหลักฐานด้วยตนเอง ได้ ก็ให้ทำใบมอบฉันทะแล้ว นำมาแสดงด้วยเพื่อเป็นหลักฐาน

หมายเหตุ  เพื่อความสะดวกในการติดต่อราชการกับหน่วยราชการต่างๆท่าน ควรมีหลักฐานดังต่อไปนี้ ติดประจำตัวไว้เสมอ คือ
      (1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
      (2) สำเนาทะเบียนบ้าน

การขออนุญาตต่างๆ   เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการขออนุญาตต่างๆ จึงได้ จัดทำเอกสารแนะนำดังต่อไปนี้
      1. การขออนุญาตแสดงมหรสพชั่วคราว
          กรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องต่อผู้กำกับหรือรองผู้กำกับหัวหน้าสถานีตำรวจท้องที่ เป็นผู้พิจารณาอนุญาต
          ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ นายอำเภอเป็นผู้อนุญาต เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ทางอำเภอจะแจ้งให้ตำรวจท้องที่ทราบ ต้องมีหนังสือยินยอมจากเจ้าของสถานที่ ต้องขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงด้วย (ถ้ามี)
เลิกแสดงมหรสพเวลา 24.00 น.
      2. การขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียง กรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเขต ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ แล้วนำคำร้องมายื่นต่อผู้กำกับหรือรองผู้กำกับท้องที่เพื่อพิจารณา มีความเห็นก่อนแล้วนำกลับไปยังเขตหรืออำเภอเพื่ออนุญาตต่อไป
     3. การขออนุญาตจุดดอกไม้เพลิง กรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องที่สถานีตำรวจท้องที่เพื่อเสนอเรื่อง ตามลำดับชั้นให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเป็นผู้พิจารณาอนุญาต ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่
     4. การขออนุญาตแสดงมหรสพงิ้ว กรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องที่สถานีตำรวจท้องที่ พร้อมบทประพันธ์ และคำแปลภาษาไทย, รายชื่อผู้แสดง แผนผังสถานที่และคำยินยอมของเจ้าของสถานที่ ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ พร้อมบทประพันธ์และคำแปลภาษาไทย, รายชื่อผู้แสดง แผนผังสถานที่และคำยินยอมของเจ้าของสถานที่ โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้พิจารณาอนุญาต
     5. การขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืน กรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องต่อแผนกอาวุธปืน กองทะเบียน กรมตำรวจ ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่
     6. การขออนุญาตพกอาวุธปืนติดตัว : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ ทางอำเภอยื่นเรื่องราว ต่อไปยังจังหวัด ในเขตจังหวัดผู้ว่าราชการเป็นผู้อนุญาต หากทั่วราชอาณาจักร อธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้อนุญาตโดยยื่น ผ่านกองทะเบียนกรมตำรวจ (เป็นข้าราชการต้องมีคำรับรอง ความประพฤติและความจำเป็นจากผู้บังคับบัญชาส่วนนอก นั้น ต้องมีคำรับรองจากกำนันผู้ใหญ่บ้าน)
     7. การขอรับโอนมรดกอาวุธปืน ปฏิบัติเช่นเดียวกับการขออนุญาตมีและใช้อาวุธปืน ใบมรณบัตรของผู้ตาย หนังสือพินัยกรรมของผู้ตาย หรือคำสั่งของศาลให้เป็นผู้จัดการมรดก (ถ้ามี)
         - ต้องแจ้งขอรับโอนภายใน 15 วันนับแต่วันรับมรดก
     8. การขออนุญาตเล่นการพนันประเภทต่างๆได้แก่การพนันไพ่ต่างๆ, ชกมวย, วัวลาน, และสะบ้าบ่อน กรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องที่สถานีตำรวจท้องที่ ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ นายอำเภอเป็นผู้อนุญาต แผนผังบริเวณบ้านที่เล่นการพนัน
     9. การขออนุญาตฆ่าสุกร วัว ควาย กรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเขต ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอหรือประธานกรรมการสุขาภิบาล
     10. การขออนุญาตตั้งสมาคม กรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องที่สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ จากนั้นเรื่องจะส่งต่อไปที่แผนก 5 กองกำกับการ 3
กองบังคับการ ตำรวจสันติบาล 2 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (อาคาร 20 ภายในบริเวณกรมตำรวจ) ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่ เรื่องจะส่ง ต่อไปยังจังหวัด จากนั้นจะส่งไปสภาวัฒธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้พิจารณา
     11. การขออนุญาตทำหนังสือเดินทางไปต่างประเทศ ( พาสปอร์ต ) กรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องต่อกองหนังสือเดินทางกระทรวงต่างประเทศ และสาขาย่อยรังสิต
โทร 531 - 8441 ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอท้องที่แล้วจังหวัด ส่งต่อไปยังกระทรวง การต่างประเทศพิจารณา
     12. การขอนุญาตเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง กรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องต่อสถานีตำรวจท้องที่ ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่ออุตสาหกรรมจังหวัด
     13. การขออนุญาตขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ กรุงเทพมหานคร : ยื่นคำร้องต่อกรมการขนส่งทางบกของแต่ละเขต
ต่างจังหวัด : ยื่นคำร้องต่อกรมการขนส่งจังหวัด